HEIMDAL (THOR)
Heimdal Security

Heimdal (THOR เดิม)

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในองค์กร ของประเทศเดนมาร์ก ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2014 เป็นระบบป้องกันไวรัส ที่เติบโตเร็วมาก ในระยะเวลาอันสั้น Heimdal หรือเดิมชื่อ Thor พยายามอย่างมาก ที่จะสร้างความแตกต่างจากโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไปที่มีอยู่ในตลาด จนผ่านมาตรฐานการรับรองโดยองค์กรชั้นนำหลายแห่งในโลก และเป็นที่ยอมรับจนถึงทุกวันนี้ แบรนด์ Heimdal นี้ขายเป็นโมดูล ตามที่ลูกค้าเลือกใช้งาน ทำให้มีเวอร์ชั่นหลัก เวอร์ชั่นเดียว แต่สามารถขยายขอบเขต ความสามารถ ที่ปรับแต่งได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของลูกค้า จึงเป็นจุดเด่นของยี่ห้อนี้ ที่ให้สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น ลูกค้าก็ไม่ต้องจ่ายในสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ ทำให้ตัวโปรแกรม มีความเบา และโหลดเฉพาะที่ลูกค้าเลือกซื้อมาใช้เท่านั้น ไฮมดัลออกแบบมาแบบนี้ ทำให้ราคาเหมาะสมสำหรับองค์กรขนาดเล็ก หรือกลางที่กำลังเติบโตอย่างยิ่ง ลองศึกษา รายละเอียดข้างล่างนี้ แล้วท่านจะชอบแบรนด์นี้

ไฮมดัล เป็นโปรแกรม แอนตี้ไวรัสเดียว ที่ทางสำนักงานสอบสวนกลางของอเมริกา (FBI) และทางองค์กรตำรวจสากลแห่งสหภาพยุโรป (EUROPOL) ยกย่องและแนะนำให้ใช้งาน ด้วยความสามารถในการหยุดยั้งแรนซั่มแวร์อย่างได้ผลแน่นอนที่สุด กว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสยี่ห้ออื่นใดในตลาด เลือก Heimdal Security ปิดประตูทางเข้าอย่างมิดชิด ป้องกันแรนซั่มแวร์ หรือ ไวรัสเรียกค่าไถ่ได้อย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ (หมายเหตุ ต้องมีโมดูลที่กำหนดติดตั้งไว้)

ส่วนเสริมของไฮมดัล (Heimdal Modules)

การใช้งานโมดูลของไฮมดัล แยกการทำงาน และราคาไว้ให้อย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่า ต้องการส่วนไหน หรือไม่ต้องการส่วนไหน หรือจะเลือกทั้งหมดก็ได้ ส่วนเสริม หรือโมดูลนี้ มีราคาและรายละเอียดการทำงานดังนี้

  1. Next-Gen Antivirus, Firewall and MDM Endpoint (450 บาท)
  2. Threat Prevention DLG and VN Endpoint (450 บาท)
  3. Ransomeware Encryption Protection Endpoint (400 บาท)
  4. Application Control Endpoint (400 บาท)
  5. Patch and Asset Management Endpoint (280 บาท)
  6. Infinity Management Endpoint (200 บาท)
  7. Privilege Access Management Endpoint (300 บาท)

ตัวอย่างเว็บคอนโซลของ Heimdal Security (THOR)

Heimdal Security Console

1) Next-Gen Antivirus, Firewall and MDM Endpoint

เป็นตัวหลักที่ต้องมีไว้ ในการป้องกันการคุกคามของไวรัส ทางไซเบอร์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ ไวรัสเรียกค่าไถ่ที่เป็นที่รู้จักกัน โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการตรวจจับ ที่รวดเร็ว และได้ผล คือ นอกจากจะมีการตรวจจากพื้นฐานทั่วไป ที่ใช้พื้นฐานจากฐานข้อมูลไวรัสของค่าย AVIRA โดยการเทียบเคียงกับฐานข้อมูลไวรัสที่มีในระบบแล้ว ยังนำมาต่อยอดโดย สามารถเฝ้าดูพฤติกรรมของ โปรแกรมที่ไม่รู้จัก มิให้เข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไฟล์ระบบของเครื่องได้ โดยใช้การเรียนรู้ด้วยความสามารถของระบบปัญญาประดิษฐ์ล้วนๆ (AI และ machine learning) โปรแกรมเสริมตัวนี้ สามารถแจ้งเตือน บอกได้ว่าฮาร์ดแวร์ใดมีข้อบกพร่อง ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเป็นต้น

2) Threat Prevention DLG and VN Endpoint

ตัวนี้ เป็นเหมือนยามเฝ้าประตู ใช้การกรองข้อมูลการจราจรทั้งขาเข้า และขาออก ในระดับโดเมน DNS (domain name server) เพื่อป้องกันการจู่โจมขั้นสูงต่างๆ เช่น พวก zero hour exploits ได้อย่างแน่นอน ด้วยเทคโนโลยี DLG + VN (Dark Layer Guard + VectorN Detection) ตัวเสริมนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกรองข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ที่เป็นผู้มุ่งร้าย สามารถปิดทางเข้า แม้แต่ทางประตูหลังบ้าน ระบบตรวจจับของไฮมดัล ก็สามารถตรวจเจอและกันได้ ก่อนที่จะหลุดเข้ามาในเครือข่ายภายใน ทำให้ระบบเน็ตเวอร์คขององค์กรท่าน ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้แน่นอน

3) Ransomeware Encryption Protection Endpoint

วิเคราะห์กระบวนการทำงานของไฟล์ หรือโปรแกรมที่มุ่งร้าย โดยเฉพาะการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีการเข้ารหัสไฟล์ใดๆ ในเครื่อง ระบบเสริมตัวนี้จะบล็อคการเข้ารหัสที่ไม่พึงประสงค์ทันที ทำให้ไวรัสเรียกค่าไถ่ ไม่สามารถเข้ารหัสเครื่องใดๆ ก็ตาม ที่มีการติดตั้ง ตัวเสริมไฮมดัล นี้ได้เลย ตัวนี้ สามารถซื้อไปติดตั้งแล้วใช้ร่วมกับแอนตี้ไวรัส ยี่ห้ออื่นๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นจุดขาย ของยี่ห้อนี้ ที่สามารถซื้อไปใช้งานได้ แม้จะมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสยี่ห้ออื่นใช้งานอยู่ ตัวนี้ หากมีไว้ อุ่นใจได้เลย เพราะหากตัวแอนตี้ไวรัสที่ใช้อยู่ กันไม่ได้ หรือเกิดไวรัสหลุดเข้ามา ก็ไม่สามารถที่จะ เข้ารหัสไฟล์ในเครื่องได้อย่างแน่นอน คุ้มสุดๆ กันไว้ดีที่สุด เพราะหากโดนเข้ารหัสแล้ว โอกาสกู้คืนข้อมูลเกือบเป็นศูนย์ หากลูกค้างบถึง ขอแนะนำให้ติดตั้งตัวนี้ไว้ อุ่นใจที่สุดแล้วสำหรับยุคนี้

4) Application Control Endpoint

สำหรับองค์กร ที่ต้องการควบคุมการใช้งานของเครื่องลูกข่าย มิให้่ใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ในเวลางาน หรือ ต้องการควบคุมการใช้งานโปรแกรมลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด เพื่อมิให้เกิดปัญหา การละเมิดลิขสิทธิ์ในองค์กร โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งโดยตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องลูกข่ายมากกว่า 100 เครื่องขึ้นไป ตัวเสริมนี้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถลดแบนวิธในองค์กร ให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยปิดกั้น ไม่ให้พนักงานนำเวลางานไปใช้กับโปรแกรมสื่อสังคม หรืออื่นๆ เพื่อการบันเทิงส่วนตัวได้ ในขณะที่องค์กรขนาดเล็ก เครือข่ายไม่ใหญ่มาก อาจไม่จำเป็นต้องซื้อตัวนี้เพิ่ม

5) Patch and Asset Management Endpoint

ตัวเสริมนี้ เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องลูกข่ายตั้งแต่ 100 เครื่องขึ้นไป หากใช้ตัวนี้ จะช่วยลดภาระและการทำงานของฝ่ายไอที ได้อย่างมหาศาล เพราะจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ สามารถบริหารระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยทุกกระบวนการเป็นระบบอัตโนมัติ และทำให้รู้ว่าเครื่องไหน จำเป็นต้องอัปเดต หรืออัปเกรดซอฟท์แวร์ เป็นต้น ฝ่ายไอที จะสามารถรู้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินไปตรวจสอบที่หน้าเครื่องด้วยตนเองแต่อย่างใด

6) Infinity Management Endpoint

เป็นตัวเสริม เพิ่มเติมจากตัว Patch and Asset Management อีกทีหนึ่ง โดยทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการระบบในองค์กร ได้อย่างไม่จำกัดแต่อย่างใด ส่วนนี้ เป็นโปรแกรมเสริมช่วยผู้บริหารระบบในการดูแล จัดการเรื่องการติดตั้ง และอัปเดตซอฟท์แวร์ ให้เป็นเรื่องง่าย โดยไม่ต้องเดินไปที่หน้าเครื่องเลย โดยเฉพาะองค์กรที่มีเครื่องเป็นร้อย เป็นพัน ระบบนี้ช่วยประหยัดเวลา และแก้ไข ในการทำงานของผู้ดูแลระบบ ได้อย่างเยี่ยมยอด กล่าวโดยรวม คือ ระบบ patch and deploy any software

7) Privilege Access Management Endpoint

ตัวเสริมนี้ ใช้สำหรับฝ่ายไอทีในองค์กร บริหารจัดการเรื่องสิทธิ์ ในการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ในองค์กร ทำให้การบริหารสิทธิ์เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ไม่กี่คลิกเท่านั้น ทั้งหมดบริการจัดการรวมศูนย์ไว้ในที่เดียว

Heimdal Antivirus - Winning Awards
Heimdal ได้รับรางวัลยอมเยี่ยมจากประเทศอังกฤษ 3 ปีซ้อน ดังนี้
  • Best Anti Malware Solution of the Year in 2018
  • Anti-Ransomware/ Anti DDoS Solution of the Year in 2019
  • Anti-Advanced Persistent Threat Solution of the Year in 2020
  • สำหรับค่ายนี้ หากต้องการนำไปใช้กับเครื่องเซอร์ฟเวอร์ ราคาจะเป็นสองเท่า จากราคาเครื่องลูกข่าย ซึ่งก็ยังถือว่า เป็นราคาที่ถูกมาก เทียบกับคุณสมบัติที่มีให้ สำหรับการใช้งานทั่วไป สำหรับองค์กรที่ยังไม่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสใดๆ เลย ขอแนะนำให้ซื้อ ข้อ 1,2 หรือ 1,2,3 ไปติดตั้งใช้งาน แต่หากองค์กรของท่าน มียี่ห้ออื่นใช้อยู่แล้ว อยากป้องกันไวรัสเรียกค่าไถ่อย่างได้ผล ก็ซื้อเฉพาะข้อ 2 หรือเฉพาะข้อ 3 ก็ได้ครับ หรือ หากต้องการใช้งานด้าน การบริหารจัดการทรัพยากรในเครื่อง เพราะโปรแกรมป้องกันไวรัส ที่ใช้งานอยู่ไม่มี ก็ซื้อเฉพาะข้อ 5 เป็นต้น สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการใช้งานเลยครับ หากสนใจไฮมดัล ติดต่อเราได้เลย ที่นี่ยินดีให้บริการ

    ดาวน์โหลด ติดต่อเรา

    แอนตี้ไวรัส ประเทศไทย
    antivirusthailand.com